ทั่วเอเชียในปี 2025 ตลาดอุปกรณ์ไอทีมือสองกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด หนึ่งในแนวโน้มหลักคือการปิดศูนย์ข้อมูลจำนวนมาก เพราะผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ บริษัทโทรคมนาคม และองค์กรต่างๆ เริ่มรวมศูนย์ ย้ายระบบ หรือเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีใหม่ ส่งผลให้อุปกรณ์ไอทีจำนวนมาก—ไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์เครือข่าย หรือระบบจัดเก็บข้อมูล—ถูกนำออกประมูลในราคาที่ลดลงแบบน่าดึงดูดใจ ถือเป็นโอกาสดีสำหรับธุรกิจ ผู้รวมระบบ และพ่อค้าเครื่องมือไอทีที่มองหาอุปกรณ์คุณภาพในงบประหยัด
การประมูลศูนย์ข้อมูลที่เลิกใช้งานในฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย มักจะมีอุปกรณ์หลายร้อยชิ้นเปิดขายในรอบเดียว โดยเฉพาะเซิร์ฟเวอร์อย่าง Dell PowerEdge รุ่น R730, R640 หรือ R620 ที่มาพร้อม CPU Intel Xeon คู่, RAM ขนาดใหญ่ และ SSD หรือ SAS ที่ติดตั้งไว้แล้ว ถือว่าเหมาะกับองค์กรที่กำลังสร้างฟาร์มเซิร์ฟเวอร์ คลัสเตอร์ประมวลผล หรือวางระบบคลาวด์ของตัวเอง ที่สำคัญหลายชิ้นยังมาจากศูนย์ที่ควบคุมอุณหภูมิ และมีประวัติการดูแลชัดเจน ซึ่งช่วยให้มั่นใจในคุณภาพ
มองในแง่ตัวเลขก็ยิ่งน่าสนใจ ผู้ซื้อสามารถประหยัดได้มากถึง 60–80% เทียบกับการซื้อใหม่ บางระบบแม้จะผลิตตั้งแต่ปี 2017–2019 ก็ยังสามารถอัปเกรดได้ เช่น เพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลใหม่ หรืออัปเฟิร์มแวร์ให้ทันสมัย ทำให้ใช้งานต่อได้ในหลายกรณี เช่น ระบบ edge computing, แพลตฟอร์มทดสอบ หรือแม้แต่รีเซลต่อในประเทศกำลังพัฒนา เรียกได้ว่าเป็นแหล่งหา “ทอง” สำหรับใครที่ทำธุรกิจไอทีมือสอง
ตอนนี้แพลตฟอร์มที่เน้นเรื่องการจัดการสินทรัพย์ไอที (หรือ ITAD) เริ่มครองตลาด พวกเขามีทีมคัดกรองและจัดรายการอุปกรณ์ไอทีมือสองอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์, UPS, PDU, สวิตช์ หรือชั้นวางตู้เซิร์ฟเวอร์ รายละเอียดมาครบ ทั้งรูปภายใน สเปค และสถานะการใช้งานจริง บางแห่งยังช่วยแพ็ค ใส่พาเลต ส่งของ หรือติดต่อนำออกต่างประเทศให้เสร็จสรรพ และที่น่าสนใจคือผู้ซื้อจากอินเดีย เวียดนาม และตะวันออกกลางก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในตลาดนี้
อย่างไรก็ตาม ความเร็วก็มีผล ล็อตสินค้าคุณภาพมักถูกจับจองอย่างรวดเร็ว ผู้ซื้อที่ชำนาญจะคอยจับตาประมูลที่กำลังจะมาถึง ตั้งค่าคอนฟิกที่ต้องการไว้ล่วงหน้า และลงทะเบียนเสนอราคา บางงานประมูลก็ให้ซื้อแบบเหมาทั้งล็อต หรือเลือกซื้อแบบข้ามการประมูลได้เลยหากมีจำนวนมากพอ
นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น ตู้แร็ค 42U, UPS จาก APC หรือ Emerson, สวิตช์ Cisco หรือ Juniper, แพตช์ไฟเบอร์ หรือแม้แต่ระบบจัดเก็บเทป (tape storage), SAN และ NAS ทั้งหมดนี้เหมาะกับใครที่ต้องการอัปเกรดศูนย์ข้อมูล หรือตั้งระบบระยะไกลโดยไม่ต้องลงทุนเต็มราคา
เรื่องสิ่งแวดล้อมก็เข้ามามีบทบาท บริษัทต่าง ๆ เริ่มต้องกำจัดอุปกรณ์อย่างมีความรับผิดชอบ การขายผ่านการประมูลช่วยให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ยังถูกนำกลับมาใช้ ไม่กลายเป็นขยะ นอกจากนี้ บางแพลตฟอร์มยังมีใบรับรองการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือคาร์บอนเครดิต ซึ่งตอบโจทย์บริษัทที่ให้ความสำคัญกับ ESG
จังหวะเวลาก็เป็นอีกสิ่งที่ควรจับตา การเทขายใหญ่ ๆ มักเกิดช่วงสิ้นไตรมาสหรือปลายปี เพราะหลายองค์กรเร่งเคลียร์ทรัพย์สิน ผู้ซื้อที่รู้จังหวะจะได้ของดีในราคาดี และยังมีเวลาวางแผนเรื่องการขนส่งหรือตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนด้วย
มือใหม่ก็ไม่ต้องกลัว แนะนำให้ติดต่อสอบถามกับบริษัทประมูลก่อน หลายแห่งมีรายงานสภาพเครื่อง, ตอบคำถามแบบเรียลไทม์ หรือแม้แต่เสนอการวินิจฉัยเบื้องต้นผ่านระบบออนไลน์ บางแห่งยังมีบริการรับประกันหรือรีเฟรชอุปกรณ์เพิ่มเติมโดยผู้เชี่ยวชาญด้วย